เงินดาวน์และจำนวนงวดเป็นสองตัวเลือกที่ทำให้ค่างวดและดอกเบี้ยรวมต่างกันมากที่สุด ตัวอย่างนี้ใช้รถ 800,000 บาท ดอกเบี้ย flat 3% ต่อปี
ดาวน์ 10% เทียบดาวน์ 25%
| ผ่อน | ดาวน์ 10% ค่างวด / ดอกเบี้ยรวม | ดาวน์ 25% ค่างวด / ดอกเบี้ยรวม |
|---|---|---|
| 48 เดือน | 16,800 / 86,400 | 14,000 / 72,000 |
| 60 เดือน | 13,800 / 108,000 | 11,500 / 90,000 |
| 72 เดือน | 11,800 / 129,600 | 9,833 / 108,000 |
ดาวน์เพิ่มจาก 10% เป็น 25% (เพิ่มเงินดาวน์ 120,000 บาท) ทำให้ค่างวดที่ 60 เดือนลดลงเดือนละ 2,300 บาท และดอกเบี้ยรวมลด 18,000 บาท ส่วนยืดจาก 48 เป็น 72 เดือน (ดาวน์ 10%) ค่างวดต่ำลงราว 5,000 บาท แต่ดอกเบี้ยรวมเพิ่ม 43,200 บาท
flat 3% ไม่ใช่ดอกเบี้ย 3% จริง
ดอกเบี้ยแบบ flat คิดจากยอดจัดเต็มจำนวนตลอดสัญญา แม้เงินต้นลดลงทุกงวด ดอกเบี้ยจริงแบบ effective ในตัวอย่างนี้อยู่ที่ประมาณ 5.6% ต่อปี อ่านเพิ่มที่ ดอกเบี้ย Flat Rate กับ Effective Rate
เลือกยังไง
- ดูค่างวดรถเทียบรายได้ และอย่าลืมค่าใช้จ่ายรายเดือนอื่นของรถ เช่น น้ำมัน ประกัน ภาษี และบำรุงรักษา
- ถ้าเงินสำรองฉุกเฉินยังไม่พอ ไม่ควรใช้ทั้งหมดไปกับเงินดาวน์
- ผ่อนนานขึ้นช่วยให้ค่างวดเบา แต่รถเสื่อมราคาเร็วกว่าที่หนี้ลด ระวังหนี้มากกว่ามูลค่ารถ
- เทียบข้อเสนอด้วยดอกเบี้ย effective และยอดรวมที่ต้องจ่ายทั้งหมด ไม่ใช่ค่างวดอย่างเดียว
ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างสมมติ ข้อเสนอจริงของแต่ละผู้ให้เช่าซื้อต่างกัน ตรวจสัญญาทุกครั้ง ถ้าอยากรู้ว่ารถคันนั้นเหมาะกับรายได้ของคุณไหม ลองดูเป้าหมายรถในเครื่องมือ วางแผนเงิน