มีเงินเหลือทุกเดือน เอาไปโปะบ้านดีไหม หรือเก็บไว้ก่อน คำตอบสั้นๆ คือ ทำเป็นลำดับ เพราะเงินที่โปะแล้วคือเงินที่ "ล็อก" อยู่ในบ้าน ส่วนเงินสำรองคือเงินที่ช่วยให้คุณไม่ต้องกู้เพิ่มตอนมีเรื่องไม่คาดคิด

ลำดับที่แนะนำ

  1. ปลดหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อน เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ดอกเบี้ยแพงกว่าสินเชื่อบ้านมาก
  2. เก็บเงินสำรองฉุกเฉิน แนวทางทั่วไปคือ 3–6 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น
  3. โปะบ้านน้อยๆ สม่ำเสมอ เมื่อข้อ 1 และ 2 ครบแล้ว
ทำไมเงินสำรองมาก่อน: ถ้าโปะจนเงินสดหมด แล้วตกงานหรือเจ็บป่วย คุณอาจต้องกู้ใหม่ในดอกเบี้ยที่แพงกว่าสินเชื่อบ้าน ซึ่งทำให้การโปะที่ผ่านมาไม่คุ้ม

เงินสำรองควรมีเท่าไหร่

ถ้ามีค่าใช้จ่ายจำเป็นเดือนละ 25,000 บาท (รวมค่างวดบ้าน) เป้าหมาย 3–6 เดือน คือ 75,000–150,000 บาท ถ้ารายได้ไม่แน่นอน เช่น ฟรีแลนซ์ หรือมีคนที่ต้องเลี้ยงดู ควรตั้งเป้าให้ใกล้ 6 เดือนขึ้นไป ใช้ เครื่องมือวางแผนเงิน เช็กว่าตอนนี้เงินเก็บอยู่ได้กี่เดือน

พอพร้อมแล้ว โปะเท่าไหร่ถึงเห็นผล

กู้ 2,000,000 บาท ดอกเบี้ย 6% คงที่ 30 ปี ค่างวด 11,991 บาท ถ้าโปะเพิ่มเดือนละ 2,000 บาทตั้งแต่เดือนแรก จะหมดหนี้ใน 21 ปี (เร็วขึ้น 9 ปี) และประหยัดดอกเบี้ยประมาณ 798,000 บาท

ไม่ต้องโปะก้อนใหญ่ก็เห็นผล การโปะเล็กๆ ทุกเดือนไปลดเงินต้นตั้งแต่ต้นสัญญา ซึ่งลดดอกเบี้ยของทุกเดือนหลังจากนั้น ดูตารางเทียบโปะ 500 / 1,000 / 2,000 บาทได้ในหน้า ผ่อนบ้าน และอ่านวิธีเช็กเงื่อนไขใน โปะบ้านยังไงให้คุ้ม

ก่อนโปะ เช็กอะไรบ้าง

  • สัญญามีค่าปรับหรือเงื่อนไขขั้นต่ำต่อครั้งในการโปะไหม
  • ขอให้ธนาคารระบุว่าเงินที่โปะจะ "ลดระยะเวลา" หรือ "ลดค่างวด"
  • หลังโปะแล้ว ยังเหลือเงินสำรองครบตามเป้าไหม