แบงก์ไม่ได้ดูแค่ว่าเงินเดือนเท่าไหร่ แต่ดูว่า หลังจ่ายหนี้ทั้งหมดแล้ว ยังผ่อนบ้านไหวไหม ตัวชี้วัดที่ใช้บ่อยคือ DSR (สัดส่วนค่าผ่อนหนี้ต่อรายได้)

วิธีคิดแบบง่าย

  1. เอารายได้ต่อเดือน × DSR ที่แบงก์ยอมรับ (ตัวอย่างนี้ใช้ 40%) จะได้ค่าผ่อนหนี้สูงสุดต่อเดือน
  2. หักค่าผ่อนหนี้ที่มีอยู่แล้ว เช่น บัตรเครดิต รถ ส่วนที่เหลือคือค่าผ่อนบ้านที่รับได้
  3. เอาค่าผ่อนนั้นไปหาว่ายอดกู้เท่าไหร่ที่ผ่อนได้พอดี ตามดอกเบี้ยและจำนวนปี

ตัวอย่างตัวเลข

สมมติ DSR 40% ดอกเบี้ย 6% ต่อปีคงที่ ผ่อน 30 ปี ไม่มีหนี้อื่น

รายได้ต่อเดือนกู้ได้ประมาณ (DSR 40%)ถ้า DSR 50%ถ้ามีหนี้ผ่อนอยู่ 5,000
20,0001,330,0001,660,000500,000
30,0002,000,0002,500,0001,160,000
50,0003,330,0004,160,0002,500,000

สังเกตว่าหนี้ผ่อนอยู่ 5,000 บาทต่อเดือน ทำให้วงเงินของคนรายได้ 20,000 บาท ลดลงเกินครึ่ง การปิดหนี้เล็กๆ ก่อนยื่นกู้จึงเพิ่มวงเงินได้มาก

ปัจจัยที่เปลี่ยนตัวเลข

รายได้ 30,000 DSR 40% ไม่มีหนี้อื่น: ผ่อน 20 ปี ดอกเบี้ย 6% กู้ได้ประมาณ 1,670,000 · ผ่อน 30 ปี ดอกเบี้ย 5% กู้ได้ประมาณ 2,230,000 · ผ่อน 30 ปี ดอกเบี้ย 7% กู้ได้ประมาณ 1,800,000

  • ผ่อนนานขึ้น กู้ได้มากขึ้น แต่ดอกเบี้ยรวมเพิ่ม
  • ดอกเบี้ยต่ำลง กู้ได้มากขึ้นด้วยค่าผ่อนเท่าเดิม
  • กู้ร่วม รวมรายได้ของสองคนเข้าด้วยกัน

สิ่งที่ตัวเลขนี้ยังไม่ได้บอก

แบงก์ยังพิจารณาประวัติเครดิต อาชีพและความมั่นคงของรายได้ ราคาประเมินหลักประกัน และเงินดาวน์ วงเงินที่กู้ได้ไม่ใช่วงเงินที่ควรกู้ ควรเผื่อค่าใช้จ่ายอื่น และเงินสำรองฉุกเฉินด้วย

เครื่องมือของเราคิดดอกเบี้ยรายเดือนจากดอกเบี้ยคงที่ แบงก์จริงอาจมีหลายช่วงดอกเบี้ย ผลจริงจึงต่างได้