สินเชื่อบ้านจำนวนมากโฆษณาดอกเบี้ยต่ำในช่วง 1–3 ปีแรก แล้วขยับขึ้นเป็นอัตราปกติ ค่างวดที่เห็นตอนเซ็นสัญญาจึงไม่ใช่ค่างวดตลอดสัญญา
ตัวอย่างตัวเลข
กู้ 2,000,000 บาท ผ่อน 30 ปี ดอกเบี้ย 2.5% ใน 3 ปีแรก แล้วเป็น 6.5% ต่อปีที่เหลือ
| ช่วง | ค่างวด/เดือน |
|---|---|
| 3 ปีแรก (2.5%) | 7,902 |
| ปีที่ 4 เป็นต้นไป (6.5%) | ≈ 12,197 |
ค่างวดเพิ่มจาก 7,902 เป็นประมาณ 12,197 บาท หรือเพิ่มราว 54% ในเดือนเดียว ถ้าไม่ได้เตรียมใจและเงินไว้ จะกระทบงบทันที ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาในตัวอย่างนี้ประมาณ 2,236,169 บาท เทียบกับ 2,550,890 บาท ถ้าเป็น 6.5% ตลอดสัญญา โปรช่วยลดดอกเบี้ยรวมได้จริง แต่ค่างวดเต็มจะมาตอนหลัง
วิธีเทียบข้อเสนอให้ครบ
- จดดอกเบี้ย ทุกช่วง และจำนวนปีของแต่ละช่วง
- ดูว่าช่วงหลังอ้างอิงอะไร เช่น MRR ลบส่วนต่าง อ่านเพิ่มที่ MRR MLR MOR คืออะไร เพราะ MRR ปรับเปลี่ยนตามตลาด
- เปรียบเทียบด้วย ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา ไม่ใช่แค่ค่างวดเดือนแรก
- เตรียมว่าถ้าค่างวดหลังหมดโปรเพิ่มขึ้น คุณยังไหวไหม
- ถามค่าธรรมเนียมและค่าปรับถ้าจะรีไฟแนนซ์หรือปิดก่อนกำหนด
ถ้าใกล้หมดโปร
ลองดู ควรรีไฟแนนซ์เมื่อไหร่ และใช้เครื่องมือรีไฟแนนซ์เทียบจุดคุ้มทุน บางคนย้ายแบงก์เมื่อหมดโปรเพื่อให้ได้ดอกเบี้ยต่ำช่วงใหม่ แต่ต้องรวมค่าใช้จ่ายย้ายเข้าไปคิดด้วย
ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างสมมติ ข้อเสนอจริงของแต่ละธนาคารต่างกัน ตรวจเงื่อนไขในสัญญาทุกครั้ง