ถ้ารายได้คนเดียวไม่พอสำหรับบ้านที่อยากได้ การกู้ร่วมเป็นทางเลือกที่พบบ่อย เช่น คู่สมรส พี่น้อง หรือพ่อแม่ลูก แต่ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข เพราะเป็นเรื่องความรับผิดชอบร่วมกันระยะยาว

กู้ร่วมทำให้กู้ได้เพิ่มเท่าไหร่

สมมติ DSR 40% ดอกเบี้ย 6.5% ต่อปีคงที่ ผ่อน 30 ปี ไม่มีหนี้อื่น

กรณีรายได้/เดือนกู้ได้ประมาณ
คนที่ 1 กู้คนเดียว30,0001,890,000
คนที่ 2 กู้คนเดียว20,0001,260,000
กู้ร่วมกัน50,0003,160,000
กู้ร่วม แต่มีหนี้อื่นรวม 5,000 ต่อเดือน50,0002,370,000

จะเห็นว่าผลรวมใกล้เคียงกับการบวกวงเงินของแต่ละคน และถ้ามีหนี้อื่น วงเงินลดลงมาก (ราว 790,000 บาทในตัวอย่าง) ลองใส่รายได้รวมในหน้า กู้ได้เท่าไหร่ ได้เลย

ข้อดี

  • วงเงินกู้สูงขึ้น เพราะนับรายได้รวม
  • แบ่งภาระผ่อนกัน ถ้าอีกฝ่ายรายได้ดีกว่า ค่างวดต่อหัวเบาลง
  • บางครั้งช่วยให้ผ่านการพิจารณา ถ้ารายได้คนเดียวไม่พอหรือประวัติงานสั้น

ข้อควรระวัง

  • รับผิดชอบร่วมกัน ทั้งสองคนมักผูกพันกับหนี้ตามสัญญา ถ้าอีกคนผ่อนไม่ไหว อีกคนอาจต้องรับภาระ
  • หนี้ของอีกฝ่ายก็นับ ประวัติเครดิตและภาระหนี้ของผู้กู้ร่วมมีผลต่อการอนุมัติและวงเงิน
  • เรื่องกรรมสิทธิ์ ชื่อในโฉนดและสัดส่วนความเป็นเจ้าของ ควรตกลงให้ชัดเจน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือธนาคารถ้ามีข้อสงสัย
  • ถ้าความสัมพันธ์เปลี่ยน เช่น แยกทาง จะจัดการบ้านและหนี้ยุ่งยากกว่ากู้คนเดียว
คุยกันก่อนเซ็น: ใครจ่ายค่างวดเท่าไหร่ ถ้าฝ่ายใดรายได้หายจะทำยังไง ใครถือกรรมสิทธิ์ส่วนไหน และถ้าอยากขายหรือรีไฟแนนซ์ ต้องตัดสินใจร่วมกันอย่างไร

ก่อนยื่นกู้ร่วม

  1. ตรวจประวัติเครดิตและหนี้ของทั้งสองคน ปิดหนี้เล็กๆ ที่ปิดได้ก่อน
  2. คำนวณค่างวดรวมที่ไหว ดูตัวเลขใน ค่างวดบ้านไม่ควรเกินกี่ % ของรายได้
  3. เตรียมค่าใช้จ่ายอื่นของการซื้อบ้าน ดู ซื้อบ้านต้องมีเงินเท่าไหร่