การโปะบ้านคือการจ่ายเงินต้นเพิ่มนอกเหนือค่างวด เงินส่วนเกินนี้ไปลดเงินต้นโดยตรง ทำให้ดอกเบี้ยเดือนถัดไปลดลง และหมดหนี้เร็วขึ้น
ตัวอย่างตัวเลข
กู้ 2,000,000 บาท ดอกเบี้ย 6% ต่อปีคงที่ ผ่อน 30 ปี ค่างวด 11,991 บาท ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาประมาณ 2,316,764 บาท
| วิธี | หมดหนี้ใน | ประหยัดดอกเบี้ย |
|---|---|---|
| ไม่โปะ | 30 ปี | - |
| โปะเพิ่มเดือนละ 2,000 | 21 ปี | ≈ 798,000 |
เงินเพิ่มเดือนละ 2,000 บาท ทำให้ดอกเบี้ยรวมลดลงประมาณ 34% เพราะเงินต้นที่ลดลงตั้งแต่ต้น ช่วยลดดอกเบี้ยของทุกเดือนหลังจากนั้น
โปะแบบไหนได้บ้าง
- โปะรายเดือน: เพิ่มค่างวดเล็กน้อยสม่ำเสมอ ทำง่ายที่สุด
- โปะรายปี: เช่น จากโบนัส ปีละครั้ง
- โปะก้อนเดียว: เช่น ได้เงินก้อนจากมรดกหรือขายสินทรัพย์
ก่อนโปะ ควรเช็กอะไร
- มีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3–6 เดือนแล้วหรือยัง ถ้าโปะจนเงินสดหมด ไปกู้ใหม่จะแพงกว่า
- มีหนี้ดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อบ้านอยู่ไหม เช่น บัตรเครดิต ควรปลดตัวนั้นก่อน
- สัญญามีค่าปรับโปะหรือไถ่ถอนก่อนกำหนดหรือเปล่า
- เมื่อโปะแล้ว ขอให้ธนาคารระบุว่าจะ "ลดระยะเวลา" หรือ "ลดค่างวด" โดยทั่วไปการลดระยะเวลาประหยัดดอกเบี้ยมากกว่า
- อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านต่ำกว่าผลตอบแทนที่หวังจากการลงทุนหรือเปล่า บางคนเลือกลงทุนแทนการโปะ ซึ่งมีความเสี่ยงต่างกัน
ตัวเลขในเครื่องมือของเราคิดดอกเบี้ยรายเดือน ธนาคารบางแห่งคิดรายวัน ผลจริงจึงอาจต่างเล็กน้อย