ระยะเวลาผ่อนเป็นตัวเลือกที่กระทบทั้งค่างวดต่อเดือนและดอกเบี้ยรวมมากที่สุดอย่างหนึ่ง ผ่อนนานทำให้ค่างวดเบา แต่จ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น ผ่อนสั้นกลับกัน
ตัวเลขเทียบกัน
กู้ 2,000,000 บาท ดอกเบี้ย 6% ต่อปีคงที่ตลอดสัญญา
| ผ่อนกี่ปี | ค่างวด/เดือน | ดอกเบี้ยรวม |
|---|---|---|
| 20 ปี | 14,329 | ≈ 1,438,869 |
| 25 ปี | 12,886 | ≈ 1,865,808 |
| 30 ปี | 11,991 | ≈ 2,316,764 |
จาก 30 ปีเหลือ 20 ปี ค่างวดเพิ่มประมาณเดือนละ 2,338 บาท แต่ดอกเบี้ยรวมลดลงราว 878,000 บาท ส่วนต่างของค่างวดเล็กกว่าส่วนต่างของดอกเบี้ยมาก เพราะเงินต้นลดเร็วขึ้นตั้งแต่ต้น
แล้วเลือกแบบไหน
- เลือกผ่อนสั้น ถ้าค่างวดที่สูงขึ้นยังสบาย เหลือเงินสำรองฉุกเฉินและเงินเก็บอื่นครบ และอยากหมดหนี้เร็ว
- เลือกผ่อนยาว ถ้ารายได้ยังไม่นิ่ง หรืออยากให้ภาระบังคับต่ำ เผื่อเหตุไม่คาดคิด
- ผ่อนยาวแล้วโปะเอง เป็นทางกลาง ได้ความยืดหยุ่นของค่างวดต่ำ แล้วใช้เงินที่เหลือโปะเมื่อไหว อ่านวิธีใน โปะบ้านยังไงให้คุ้ม
สิ่งที่ควรเช็กก่อนเลือก
- ค่างวดรวมหนี้อื่นแล้ว ยังสบายพอไหม ดูได้จากเครื่องมือ กู้ได้เท่าไหร่
- อายุตอนผ่อนหมด ธนาคารมักมีเกณฑ์อายุสูงสุดของผู้กู้รวมระยะเวลาผ่อน (แต่ละแห่งต่างกัน)
- สัญญามีค่าปรับถ้าโปะหรือปิดก่อนกำหนดไหม
- ดอกเบี้ยหลังหมดช่วงโปรเป็นเท่าไหร่ ผลจริงขึ้นกับตรงนี้มาก
ตัวเลขคิดดอกเบี้ยรายเดือน ธนาคารบางแห่งคิดรายวัน ผลจริงจึงอาจต่างเล็กน้อย